SSWM : English Version

โครงการ จัดการประชุมทางวิชาการนานาชาติ
(International Conference Proposal)

ชื่องาน
INTERNATIONAL CONFERENCE ON
Innovative Practices for Sustainable Sloping Lands and Watershed Management

Theme
SUSTAINABLE AGRICULTURE DEVELOPMENT; SLOPING LAND MANAGEMENT AND POVERTY ERADICATION

Key words
Smallholder, technology transfer, participatory extension, Sloping land management, watershed management, Sustainable agriculture

 

เหตุผลของโครงการ
ประเทศไทยได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาทรัพยากรน้ำนานาชาติ (IWMI International Water Management Institute) ดำเนินงานตามโครงการศึกษาเทคโนโลยีการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนบนพื้นที่ลาดชัน (sloping land management technology for sustainable agriculture) ได้ดำเนินการมาแล้ว 12 ปีเศษ (พ.ศ. 2531 – 2544) โดยสถาบันคณะกรรมการเพื่อการวิจัยและการจัดการดินสากล IBSRAM ซึ่งได้ยุบหน่วยงานไปแล้วเมื่อ 31 มีนาคม 2544 ) ร่วมกับ 7 ประเทศในภูมิภาคเอเซียและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (จีน มาเลเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ เวียตนาม อินโดนีเซีย และไทย) ได้ทดสอบวิธีการในการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่ลาดชัน จนได้เทคโนโลยีที่ใช้ได้ผลในการลดการชะล้างพังทลายของดินและการไหลบ่าของน้ำจากที่สูง สมควรนำไปส่งเสริมถ่ายทอดแก่เกษตรกรเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไปด้วยเหตุนี้รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ผู้ให้ทุนแต่เดิม จึงให้ทุนต่ออีก 3 ปี (พ.ศ. 2545-2547) แก่สถาบันจัดการทรัพยากรน้ำนานาชาติ ( IWMI ) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา และมีสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย ให้ดำเนินการขยายผลสู่เกษตรกร ให้เกิดการยอมรับ และนำเทคโนโลยีการจัดการที่ดินที่ยั่งยืนดังกล่าว ไปใช้ในระบบการทำฟาร์ม เพื่อลดปัญหาการชะล้างพังทลายของดินและการไหลบ่าของน้ำจากที่สูง รวมทั้งช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ให้เกื้อกูลต่อการทำเกษตรกรรมให้ได้ผลดีและยั่งยืนต่อไป วัตถุประสงค์โดยรวมของโครงการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการที่ดิน เพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนบนพื้นที่ลาดชันไปสู่เกษตรกร ทำให้เกิดการยอมรับอย่างกว้างขวางใน 7 ประเทศที่เข้าร่วมเครือข่าย ( network ) เพื่อให้ผลการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน และเผยแพร่ในระหว่างประเทศต่างๆทั่วโลก จึงเห็นสมควรจัดให้มีการประชุม เสนอผลงานที่เกี่ยวข้อง

 

วัตถุประสงค์ (Objective)
1.เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่ลาดชันทั้งภาครัฐ เอกชน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้านวิชาการ การพัฒนาและการแก้ไขปัญหา

2. เพื่อให้เกิดการตื่นตัวของผู้เกี่ยวข้องในประเทศและต่างประเทศ ในการพัฒนาทางวิชาการเกษตรกร ตลอดจนการกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุน อันจะนำไปสู่การกพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ผู้จัด(Organizers)
Department of Agricultural Extension (DOAE), Thailand

Department of Agriculture (DOA), Thailand

Land Development Department (LDD), Thailand

Soil and Fertilizer Society of Thailand

Soil and Water Conservation Society of Thailand

International Water Management Institute (IWMI)

 

สถานที่ (Venue) เโรงแรม Chiangmai Hills Hotel

ระยะเวลา 4 วัน (วันที่ 5-9 กันยายน 2547)

ผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ 150 คน (ไทย 100 คน ต่างประเทศ 50 คน)

งบประมาณ 1.4 ล้านบาท

 

กิจกรรมที่สำคัญ (Activities)
1 . การนำเสนอผลงานทางวิชาการ ทั้ง oral &poster presentation

2. การแสดงนิทรรศการของผู้เข้าประชุม ราชการและองค์กรภาครัฐเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

3. การบรรยายพิเศษ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

4.การประชุม NSC

5. การจัดดูงานในระหว่างการประชุม

6.การจัดดูงานก่อนและหลังการประชุม

7. การรณรงค์ เผยแพร่และประชาสัมพันธ์

8. การประชุมเกษตรกร

9.การ เจรจา ประชุมกลุ่มผู้สนใจกลุ่มย่อย ระหว่าง กลุ่มประเทศ กลุ่มผู้สนับสนุนการจัดทำโครงการ องค์กรอิสระ เอกชนและเกษตรกร

 

ผลผลิต (outputs)
มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาการเกษตรและเกษตรกรบนพื้นที่ลาดชัน ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินงานและการกำหนดนโยบาย ตลอดจนการวาง กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาข้อขัดข้อง

 

ผลลัพธ์ (outcome)
1.ผู้เกี่ยวข้อง ( Stakeholders ) ของประเทศไทย ทั้งนักวิชาการ นักวิจัย นักพัฒนา เจ้าหน้าที่ส่งเสริม นักการศึกษาฯลฯ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในด้านวิชาการและแนวทางการแก้ไขปัญหากับประเทศต่างๆทีมาร่วมประชุม นำไปสู่การการพัฒนาความรู้ ความสามารถต่อไป

2.ทำให้เกิดความตื่นตัวของผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เกี่ยวข้องในระดับการวางแผนและกำหนดนโยบาย

3.เป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ชื่อเสียงของประเทศไทย และประชาสัมพันธ์ให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการ และการประชุม

4.ทำให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศผู้เข้าประชุม และกับประเทศไทย สร้างทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทย

5.สามารถนำรายได้เข้าประเทศ จากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตามจำนวนประมาณ 150 คน โดยในรูปแบบค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ายานพาหนะ ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและการบริการอื่น ซึ่งคาดว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องใช้จ่ายขั้นต่ำประมาณ 50 ,000 บาท ต่อคน คิดเป็นมูลค่าเงินที่จะนำมาใช้จ่ายประมาณ 7.5 ล้านบาท

6.แสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการจัดการประชุมนานาชาติ และเป็นศูนย์กลางทางวิชาการระดับนานาชาติ

Download แผ่นพับ
Download Registration Form | .PDF | .DOC
Download Format of Full Length Paper for SSWM 2004 International Conference